เทคโนโลยีใหม่ ๆ

 ชั้นเรียนนี้สิ้นสุดการเรียนการสอนแล้ว

คำอธิบายชั้นเรียน

อ่านและทำความเข้าใจ

ฮัลโหลๆ มายดาร์ลิ้ง ผู้อ่านที่รักทุกท่าน คิดถึงแอดกันบ้างไหม แอดหายไปพอสมควรอยู่ อิอิ (รู้สึกผิด)
เพราะงั้น คราวนี้แอดกลับมาหาทุกคนแบบไม่ธรรมดา เพราะแอดพาเทคโนโลยีสุดยอดดดดด ของปี 2014 มาด้วยค่ะ
ไม้ต้องพูดจาอะไรให้มากความ มาดูกันเลยว่ามีอะไรกันบ้างงงง ปิ้วๆๆ

Picture

1.Body-adapted Wearable Electronics

มันคือพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่เราใส่ไว้ แล้วมันจะสามารถรับรู้อะไรต่างๆในร่างกายเราได้แม้แต่ในที่ที่เรามองไม่เห็น ! อย่างเช่นหูฟังที่สามารถตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจได้ !! แล้วยังเซนเซอร์ที่อยู่ใต้ร่มผ้าจะรู้ท่าทางของเรา (เฮ้ยจริงเหรอ !) ต่อมาคือแทททูที่ติดเพื่อติดตามตับของเรา ตับ ! และที่จี๊ดสุดๆคือ แฮพติคชูส์ ที่ตรงพื้นรองเท้ารับรู้ทิศทางได้โดย GPS ค่ะ แล้วยังรับรู้กันสั่นสะเทือนที่มาจากเท้าเราได้ด้วย
และตอนนี้เจ้า แฮพติคชูส์นี้ยังถูกใช้เพื่อช่วยนำทางคนตาบอดด้วยนะคะ อีกด้านหนึ่ง แว่นตาวิเศษของ google เองก็ใช้ทางการแพทย์ด้วย เช่นไว้บันทึกวีดีโอในการผ่าตัด

Picture

2.Nanostructured Carbon Composites

อุปกรณ์นาโนที่มีส่วนประกอบของคาร์บอน !! คือตอนนี้เขากำลังกังวลกันมากเลยค่ะเรื่องที่เรือเดินสมุทรที่มีอยู่ยั้วเยี้ยเนี่ยมันปล่อยมลพิษมากเสียเหลือเกิน ดังนั้นเขาเลยพยายามหาวิธีที่จะลดมลพิษลง ด้วยการใช้เทคนิคใหม่ๆ อย่างเส้นใยคาร์บอนนาโน ที่สามารถสร้างรถที่มีน้ำหนักน้อยลงกว่าเดิมได้มากกว่า 10% ซึ่งส่งผลให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง และปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลงตามไปด้วยค่ะ

Picture

3.Mining Metals from Desalination Brine

การทำเหมืองแร่โลหะจากการแปลสภาพน้ำเกลือ เนื่องจากน้ำจืดเราก็กำลังลดลงทุกวันๆ เพราะเราก็เอาน้ำไปสร้างพลังงานกันเยอะใช่มั้ยล่ะคะ เขาก็เลยใช้วิธีการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล แต่กลับกลายเป็นว่ามันส่งผลร้ายกว่าเดิมต่อทะเล
หนทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหานี้คือ ดูน้ำเกืลอที่แยกออกมาไม่ให้กลายเป็นของเสีย แต่เก็บเอาไว้ใช้ให้เป็นประโยชน์

Picture

4.Grid-scale Electricity Storage

แหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ !! มีสัญญาณว่าแนวทางของเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจถึงจุดแตกร้าว ! ยกตัวอย่าง อย่างแบตเตอรี่ในอนาคตอาจจะสามารถเก็บสารเคมีเป็นจำนวนมากเอาไว้ได้คล้ายกับการเก็บถ่านหินและก๊าซ
ออพชั่นต่างๆของแบตเตอรี่ต้องรวมไปถึงการเก็บกระแสไฟฟ้าได้สูง และใช้วัสดุราคาย่อมเยาว์ มีการคิดค้นสุดยอดแห่งตัวเก็บประจุ กราฟีน(graphene) ที่สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วและจะหยุดชาร์จไฟเมื่อวงรอบหมุนเกิน 1000 รอบ ส่วนออพชั่นอื่นๆ การใช้พลังงานจลน์อย่างเช่น flywheels ขนาดใหญ่

Picture

5.Nanowire Lithium-ion Batteries

เส้นลวดนาโน ลิเธียมไอออนแบตเตอรี่ มีความสามารถที่ชาร์จได้เร็วขึ้น และผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าปัจจุบันถึง 30-40 % ซึ่งแบตเตอรี่รุ่นต่อไปนี้จะสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงตลาดของรถยนต์ไฟฟ้า และสามารถเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ได้ในระดับครัวเรือน และอาจจะมีการใช้แบตเตอรี่นี้ในสมาร์ทโฟน อีกสองปีข้างหน้าอีกด้วย !

Picture

6.Screenless Display

แอดเชื่อว่าหลายคนเคยเห็นแต่ไม่รู้ว่ามันคือ screenless display แน่เลย(เพราะแอดไม่รู้นั่นเอง อิอิ) ที่แอดแน่ใจเพราะว่ามันอยู่ในหนังค่ะ ทุกคนคงได้ดู iron man กันสินะคะ แล้วก็จะเห็นฉากเทคโนโลยีอลังการที่โทนี่สตาร์คใช้ในบ้านตัวเองแน่ๆ เจ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ลอยๆ อยู่ในอากาศนั่นแหละค่ะ คือ screenlees display ซึ่งคุณสมบัติของเจ้านี่ที่เด่นชัดเลยคือ มันสามารถแสดงผลที่ไหนก็ได้ บางทีอาจจะเป็นมือ หรือบนโต๊ะทำงานของเราเอง โดยที่แสงเป็นตัวหลักของเจ้าเทคโนโลยีตัวนี่ ซึ่งหลายๆบริษัทกำลังระดมกันพัฒนาเจ้าตัวนี่อยู่ค่ะ

Picture

7.Human Microbiome Therapeutics

มันคือวิทยาการในการรักษา microbiome ในร่างกายมนุษย์ค่ะ งงล่ะสิว่า microbiome คืออะไร ขอพูดอย่างง่ายๆว่ามันคือจุลินทรีย์มั้งหมดที่อยู่ในตัวเราค่ะ (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่ลำไส้) ซึ่งเจ้านี้สามารถทำให่เราเป็นโรคได้ ตั้งแต่ติดเชื้อ โรคอ้วน เบาหวาน แม้แต่ลำไส้อักเสบ ซึ่งทางการแพทย์เขาพบว่าการใช้ยาปฏิชีวนะอาจทำให้เกิดการแทรกซ้อน อย่างการติดเชื้อได้ ดังนั้นเขาเลยมีปรับปรุงการรักษาโดยที่ศึกษาจุลินทรีย์ที่ดีดี (แนวว่าดีต่อสุขภาพเรา) ในการรักษาค่ะ

Picture

8.RNA-based Therapeutics

วิทยาการรักษาในระดับ RNA (เกี่ยวกับสุขภาพอีกแล้วหรือนี่) จากที่แอดหาข่าวมารู้สึกว่าโรคที่เกิดจากไวรัส และไวรัสนั่นมี RNA เป็นสารพันธุกรรมนั้นส่วนใหญ่เป็นโรคร้ายแรง และบางยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด =[]= เช่น โรคพิษสุนัขบ้า และโรคเอดส์ ซึ่งตอนนี้วงการแพทย์เขาก็ระดมสมองและเริ่มลงทุนศึกษาและพยายามที่จะให้วิทยาการนี้ได้เปิดตัวอยู่ค่ะ

Picture

9.Quantified Self (Predictive Analytics)

เทคโนโลยีแห่งการทำนาย ! ไม่ใช่หมอดู หมอเดาอะไรหรอกค่ะแต่เหมือนเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวสถิติและบอกแนวโน้มมากกว่า อย่างสมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้ มีการบันทึกกิจกรรมของผู้ใช้หลายอย่างมากๆ รวมถึงรู้ด้วยว่าผู้ใช้รู้จักใครบ้าง(รายชื่อในโทรศัพท์มือถือ , รายชื่อใน social) ผู้ใช้คุยกับใครบ้าง (รายการโทรเข้าออก,รายการส่งอีเมล์,ข้อความ) ผู้ใช้งานไปที่ไหน (GPS , Wi-Fi และgeo tag photo) และรู้ว่าเราทำอะไรบ้าง (พวกแอพที่เราใช้)
ซึ่งเจ้าเทคโนโลยีก็จะใช้ข้อมูลพวกนี้แหละในการวิเคราะห์และทำนายพฤติกรรมของเราได้ ซึ่งบางทีก็สามารถช่วยวางแผนอะไรหลายๆอย่างให้เราได้นะคะ

Picture

10. Brain-computer Interfaces

ต่อสมองเขาเราเข้ากับคอมเตอร์เพื่อสั่งงานมัน !! ที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและแปลความหมายสัญญาณจากสมองของเราได้ ซึ่งสำเร็จแล้วในบางส่วนค่ะ สำหรับคนที่เป็นโรคหลดเลือดสมองสามารถเคลื่อนย้ายรถเข็นได้ หรือดื่มกาแฟจากถ้วยด้วยการสั่งการแขนหุ่นยนต์ที่มีคลื่นสมองของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีการปลูกถ่ายสมองให้แก่ผู้ที่สูญเสียการมองเห็นอีกด้วย !