ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

คำอธิบายชั้นเรียน

บทที่10 ประโยคคำถาม ประโยคคำตอบ คำสรรพนาม คำบุพบท และคำคุณศัพท์

เรื่องที่ 1 คำสรรพนาม (Pronouns)

Pronoun ( คำสรรพนาม ) คือคำที่ใชแ้ทนคำนาม เพื่อหลีกเลี่ยงการ กล่าวถึงซ้ำซาก หรือแทนสิ่งที่รู้กันอยู่แล้วระหว่างผู้พูด ผู้ฟัง หรือแทนสิ่งของที่ยังไม่รู้ หรือไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร เช่น I, you, he, she, it, we, they เป็นคำสรรพนามในรูปประธาน (Subject) me, her, him, them, our เป็นคำสรรพนามในรูปกรรม (Object) สรรพนามที่ใช้แทนบุคคลหรือสิ่งของในการพูดสนทนา มี 3 บุรุษคือ บุรุษที่ 1 ได้แก่ ตัวผู้พูด I, we บุรุษที่ 2 ได้แก่ ผู้ฟัง you บุรุษที่ 3 ได้แก่ ผู้ที่พูดถึง สิ่งที่พูดถึง he, she. it , they

รูปที่สัมพันธ์กันของคำสรรพนาม

รูปประธาน รูปกรรม

Possessive Form Reflexive Pronoun Adjective Pronoun I me my mine myself we us our ours ourselves you you your yours yourself he him his his himself she her her hers herself it it its its itself they them their theirs themselves

ตัวอย่างประโยค I saw a red book in that bin. It’s mine. ฉันเห็นหนังสือสีแดงอยู่ในถังขยะใบนั้น มันเป็นของฉัน (It ในประโยคที่สองแทน a red book และ mine แทน I ในประโยคที่หน่ึง )

My father and my brother like to swim. They swim whenever they can. พ่อและนอ้งชายของฉนัชอบว่ายน ้า พวกเขาไปว่ายน ้าทุกครั้งที่มีโอกาส (they ในประโยคที่สอง แทน My father และ my brother ในประโยคที่ 1)

Somsak likes to play the guitar. He plays it every day. สมศักดิ์ชอบเล่นกีตาร์ เขาเล่นมันทุกวัน (He ในประโยคที่สอง แทน Somsak และ it ในประโยคที่สอง แทน the guitar

You are not yourself today. วันนี้คุณไม่เป็นตัวองคุณเอง (yourself แทน You are)

เรื่องที่ 2 คำบุพบท (Preposition)

คำบุพบท (Preposition) หมายถึง คำที่ใช้นำหน้าคำนาม หรือคำที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามในประโยค เพื่อขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คำบุพบท มี 3 ประเภท 1 คำบุพบทบอกเวลา (Prepositions of Time) in ใช้กับเดือน ปี และฤดู

The weather is cold in December. อากาศหนาวในเดือนธันวาคม

We fell hot in April เรารู้สึกร้อนในเดือนเมษายน on ใช้วัน และวันสำคัญ

We study English on Wednesday. เราเรียนวิชาภาษาองักฤษในวันพุธ

We can see Santa uncle on Christmas Day. เราสามารถพบคุณลุงซานต้าในวนัคริสตม์าส

at ใช้กับ เวลา ( บอกเวลาตามนาฬิกา และบอกช่วงของนาฬิกา ) The sun is on our heads at noon. ดวงอาทิตย์อยู่บนศีรษะของเราในตอนเที่ยงวัน Somsak goes to work at seven thirty. สมศักดิ์ไปทำงาน เวลา 7.30 น.

2. คำบุพบทบอกสถานที่ (Prepositions of Place) in ใน , อยู่ใน I live in Ratchaburi. ฉันอาศัยอยู่ในจงัหวดัราชบุรี

The dog is in the cage. สุนัอยู่ในกรง on บน , อยู่บน

The bird is on the tree. นกอยู่บนต้นไม้

They eat noodles with chopsticks. รูปภาพอยู่บนฝาผนัง at ที่ , อยู่ที่

There are many students at that school. มีนักเรียนจำนวนมากที่โรงเรียนนั้น

They work at this office. พวกเขาทำงานที่สำนักงานแห่งนี้

3. คำบุพบทอื่นๆ (Prepositions other) under ล่าง , ข้างล่าง , ใต้ , ข้างใต้

The dog is sleeping under the tree. สุนัขกำลังนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้

My books are under that table. หนังสือ(หลายเล่ม)ของฉันอยู่ใต้โต๊ะตัวนั้น with ด้วย , กับ

He writes with his pen. เขาเขียนด้วยปากกา

My mother cuts meat with a knife. แม่ของฉันหั่นเนื้อด้วยมีด

by โดย I go to school by motorcycle. ฉนัไปโรงเรียนดว้ยรถมอเตอร์ไซค์

They eat noodles with chopsticks. พวกเขากินก๋วยเตี๋ยวด้วยตะเกียบ

เรื่องที่ 3 คำคุณศัพท์ (Adjective)

คำคุณศัพท์หรือ Adjective เป็นคำขยายคำนามที่ใช้บอกลักษณะต่างๆ ของ คน สัตว์ สิ่งของ หรือสถานที่ วางไว้ได้ 2 ตำแหน่ง คือ

1. หลัง V to be เช่น Susan is short. This pen is pink.

2. หน้าคำนาม เช่น These are red flowers. She is a Chiness girl.

การวางตำแหน่ง คุณศัพท์ (Adjectives) ที่มมีากกว่า 1 คำ ในการวาง คุณศัพท์ Adjectives ที่มีมากกว่า 1 คำ หน้าคำนามที่ต้องการขยายนั้น ตัวขยายที่สำคัญมากที่สุดจะอยู่ติดกับคำนามมากที่สุด และไล่เรียงลงมาเรื่อยๆ ดังนี้

1. รองเท้าหนังสีเทาขนาดใหญ่และเก่า 3 คู่แรก: First three old big grey leather shoes. 2. ผู้ชายไทยผิวคล ้าสูงหล่อ 2 คนแรก: First two handsome tall dark Thai mans. ข้อสังเกต** color เป็นค าอเมริกัน และ colour เป็นคา องักฤษ

ข้อสังเกต ในการใช้แต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องมี adjective ครบทุกตัวแต่ต้องจำไว้ว่าคำนาม ที่ต้องการขยายจะอยู่ท้ายสุด ตัวขยายที่สำคัญมากที่สุดจะอยู่ติดกับค านามและไล่เรียง มาเรื่อย ๆ บางครั้งหน้า ordinal number จะเป็น possessive adjective ก็ได้ เช่น My second difficult long Thai lesson. บทเรียนภาษาไทยที่ยากยาวบทที่สองของฉัน Your first beautiful short white silk dress. ชุดสั้นผ้าไหมสีขาวสวยงามชุดแรกของคุณ

คำคุณศัพท์ที่ใช้บรรยายลักษณะบุคคล เช่น

General appearance Height Hair style Eyes Clothes Patterns. / Shades Body Skin

fair, dark, pretty, good – looking, handsome, plain, ugly tall, medium, short short, long, straight, wavy, curly, medium - length blue, dark, brown, hazel short, shirt, jeans, jacket, skirt, trousers, hat, tie plain, spotted, striped, checked, flowery patterned slim, fat stocky, average black, white, brown

เรื่องที่ 4 ประโยคคำถาม และประโยคคำตอบ

ประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้ย Wh-questions ได้แก่

1.Who (ใคร) เป็นคำถามที่ต้องการค าตอบเป็นบุคคลและบุคคลนั้นจะต้องทำหน้าที่เป็นประธานของ ประโยค เช่น Who is your friend? ใครคือเพื่อนของคุณ Tom is my friend.ทอมคือเพื่อนของฉนั

2. Whom (ใคร) เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบเป็นบุคคลและบุคคลนั้นจะต้องทำหน้าที่เป็นกรรมของ ประโยค Whom do you like? คุณชอบใคร I like Bob. ผมชอบบ๊อบ

3. Whose (ของใคร) เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบเป็นบุคคลที่เป็นเจา้ของ Whose shirt is this? เสื้อเชิตนี้ของใคร This shirt is John's. เสื้อเชิตนี้ของทอม

4. What (อะไร) เป็นคำถามที่ต้องการำาตอบเป็นสิ่งของ เวลา ความคิด ฯลฯ What is your name? คุณชื่ออะไร My name is Suda. ฉันชื่อสุดา

What time is it? ตอนนี้เวลาเท่าไรแล้วครับ/คะ It 's three o'clock. เวลาสามโมง

5.Which (สิ่งไหน อันไหน) เป็นคา ถามที่ตอ้งการคา ตอบที่เฉพาะเจาะจงและมีสิ่งให้เลือก 2 สิ่ง โดยให้เลือกอย่างใด อย่างหนึ่ง Which shirt do you like best? The green or the red. คุณชอบเสื้อเชิตตัวไหน สีเขียวหรือสีแดง The green one. สีเขียว

6. Why (ทำไม) เป็นคำถามที่ตอ้งการคำตอบเป็นเหตุผลโดยมากจะตอบ because Why do you come late? ทำไมคุณมาสาย Because I get up late. เพราะฉันตื่นสาย

7. Where (ที่ไหน) เป็นคำถามที่ตอ้งการคำตอบ เกี่ยวกับสถานที่ Where will you go next week? อาทิตย์หน้าคุณจะไปไหน I will go to Japan next week. อาทิตย์หน้าฉันจะไปประเทศญี่ปุ่น

8. When (เมื่อไร) เป็นคำถามที่ตอ้งการคำตอบเป็น วัน และเวลา When will you go to Japan? คุณจะไปประเทศญี่ปุ่นเมื่อไร I will go to Japan next week. ฉันจะไปประเทศญี่ปุ่นอาทิตย์หน้า

9. How (อย่างไร) เป็นคำถามที่ตอ้งการคำตอบเป็นอาการ หรือวิธีการ How are you? คุณเป็นอย่างไรบ้าง I am fine. ฉันสบายดี

How much/many = ถามเกี่ยวกับจำนวนและราคา How tall = ถามเกี่ยวกับความสูง How far = ถามเกี่ยวกับระยะทาง How wide = ถามเกี่ยวกับความกวา้ง How often = ถามเกี่ยวกับความถี่ บ่อย How old = ถามอายุ