เข้าระบบสมัครสมาชิก{{ current_user.full_name }}ออกจากระบบ

24-ภาษาไทย ม.5 59

เกี่ยวกับชั้นเรียน

คำอธิบายรายวิชา         

รายวิชา ภาษาไทย                                                                                                 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5                                                                                                 ภาคเรียนที่ 1-2     

รหัสวิชา ท 32101                                                                                                    เวลา  80  ชั่วโมง/ปี           

              ฝึกทักษะการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด และวิเคราะห์ วิจารณ์ โดยศึกษาเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ร้อยกรอง การอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ การเขียนเรียงความ การเขียนเชิงวิชาการ การเขียนสารคดี และการประเมินคุณค่างานเขียน การเลือกเรื่องที่ฟังและพูดอย่างมีวิจารณญาณ และพูดโน้มน้าวใจได้อย่างมีศิลปะ

              อธิบายลักษณะของภาษา ประโยค เปรียบเทียบและอธิบายเกี่ยวกับความคิดกับภาษา วัฒนธรรมกับภาษา และแต่งร้อยกรองประเภทร่ายและฉันท์ได้อย่างสร้างสรรค์

              วิเคราะห์ วิจารณ์ และสังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเรื่อง มหาเวสสันดร กัณฑ์มัทรี บทละครพูดคำฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา ตอน สุเทษณ์ฝากรักนางมัทนา  ลิลิตตะเลงพ่าย  คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน ท่องจำบทอาขยานที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจและเห็นคุณค่าและความงามทางภาษา

              โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน  กระบวนการฟัง การดู  และการพูดอย่างสร้างสรรค์  กระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมอย่างสร้างสรรค์  เพื่อนำความรู้ ความคิดไปประกอบในการตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีวิจารณญาณ

              เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจธรรมชาติของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา  และสามารถแสดงความคิดเห็นวิเคราะห์ วิจารณ์ และสังเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง  ดำรงรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ และสร้างนิสัยรักการอ่าน การเขียน  ตระหนักถึงมารยาทที่ดีในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด

              ตัวชี้วัด

              ท 1.1    ม.4-6/1  ม.4-6/2  ม.4-6/3  ม.4-6/4  ม.4-6/5  

              ท 2.1    ม.4-6/2  ม.4-6/4  ม.4-6/5  ม.4-6/6  ม.4-6/7  ม.4-6/8 

              ท 3.1    ม.4-6/4  ม.4-6/5  ม.4-6/6

              ท 4.1    ม.4-6/1  ม.4-6/2  ม.4-6/4  ม.4-6/5  ม.4-6/6

              ท 5.1    ม.4-6/1  ม.4-6/2  ม.4-6/3  ม.4-6/4  ม.4-6/5  ม.4-6/6   

              รวม  25  ตัวชี้วัด

โครงสร้างรายวิชา ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ที่

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

1

การอ่านออกเสียง

ท 1.1  ม.4-6/1

การอ่านร้อยแก้วและร้อยกรอง จะต้องอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน จึงจะเกิดความไพเราะ  และสามารถสื่อให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจเรื่องราว หรืออรรถรสของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองที่อ่าน

3

 

2

การอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์

ท 1.1  ม.4-6/2

ม.4-6/3

การอ่านเป็นการรับข้อมูลผ่านตัวอักษรที่ต้องอาศัยการตีความข้อมูลก่อนนำมาวิเคราะห์ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นอย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้สามารถประเมินค่าของเรื่องได้และนำข้อมูลไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์

3

 

3

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

ท 1.1  ม.4-6/3

 ม.4-6/4         

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณจะต้องรู้จักการวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีหลักการและมีเหตุผลประกอบ  จึงจะสามารถเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ได้

     3

 

4

การเขียนเรียงความ

ท 2.1  ม.4-6/2

เรียงความ เป็นงานเขียนร้อยแก้วที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆ โดยใช้กระบวนการคิด กลวิธี

ในการเขียนที่เป็นระบบสู่ผู้อ่าน

3

 

5

การเขียน

เชิงวิชาการ

ท 2.1  ม.4-6/6

ม.4-6/7

ม.4-6/8

การเขียนรายงานเชิงวิชาการ  เป็นการนำเสนอผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียดและมีแบบแผน แล้วนำมาเรียบเรียงตามขั้นตอนที่ถูกต้องของการเขียนรายงานเชิงวิชาการ

3

 

6

การเขียนสารคดี

ท 2.1  ม.4-6/4

การเขียนสารคดี  เป็นการฝึกทักษะกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ โดยนำข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้า

มาเรียบเรียงและถ่ายทอดโดยใช้ภาษาอย่างสร้างสรรค์

3

 

7

การประเมินคุณค่างานเขียน

ท 2.1  ม.4-6/5

การประเมินคุณค่างานเขียน จะต้องพิจารณาการใช้ถ้อยคำ  การเรียบเรียง  สำนวนโวหาร กลวิธี

ในการเขียน การมีทักษะในการประเมินคุณค่างานเขียนจะช่วยให้สามารถนำความรู้มาพัฒนางานเขียนของตนเองได้เป็นอย่างดี

3

 

8

การฟัง การดู และการพูด

ท 3.1  ม.4-6/4

ม.4-6/5

 ม.4-6/6

การฟังและการดู เป็นการรับสารที่ต้องอาศัยทักษะและใช้วิจารณญาณในการเลือกฟังและรับสารต่างๆ

ที่เหมาะสมกับตนเองและเป็นประโยชน์โดยคำนึงถึงมารยาทในการฟังและการดูที่ดี ส่วนการพูดโน้มน้าวใจ เป็นกลวิธีในการสื่อสารเพื่อเร้าอารมณ์และชักจูงให้ผู้รับสารเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ทัศนคติ  ความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมตาม    ที่ผู้พูดโน้มน้าว ทั้งนี้ผู้พูดจะต้องมีคุณธรรมและมีมารยาทที่ดีในการพูดด้วย

4

 

9

ลักษณะของภาษา

ท 4.1  ม.4-6/1

 ม.4-6/6

การเรียนรู้ภาษาต้องเข้าใจลักษณะของภาษา ภาษาไทยมีลักษณะเฉพาะทั้งด้านเสียง พยางค์ คำ และประโยค  การเรียนรู้ภาษาไทยจึงควรเข้าใจองค์ประกอบลักษณะทุกด้านของภาษาเพื่อที่จะสามารถสื่อสารได้ถูกต้องแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ภาษาไทยทางหนึ่งด้วย

     3

 

10

ประโยค

ท 4.1  ม.4-6/2

ประโยคในภาษาไทยมีการนำคำมาร้อยเรียงเพื่อสื่อสารตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ภาษา การสื่อสารจะสัมฤทธิ์ผลได้นั้นควรเข้าใจโครงสร้างประโยคและเจตนาในการส่งสารเป็นสำคัญ

3

 

11

ความคิดกับภาษา

ท 4.1  ม.4-6/1

การศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องธรรมชาติของภาษา และพลังของภาษา จะช่วยให้สามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ กาลเทศะ และบุคคล

3

 

12

วัฒนธรรมกับภาษา

ท 4.1  ม.4-6/1

ม.4-6/5

การมีความรู้ความเข้าใจเรื่องธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา และวิเคราะห์อิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถิ่นที่มีต่อภาษาไทย  จะช่วยให้สามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ กาลเทศะ และบุคคล

3

 

13

การแต่งคำประพันธ์ประเภทร่ายและฉันท์

ท 4.1  ม.4-6/4

การแต่งคำประพันธ์ประเภทร่ายและฉันท์ ควรศึกษาลักษณะการบังคับฉันทลักษณ์ให้เข้าใจ

อย่างแท้จริงเพื่อจะได้เลือกสรรคำมาเรียงร้อยให้ได้รส ได้ความไพเราะ สละสลวย  ซึ่งแสดงถึงความสามารถทางภาษา และคุณค่าทางวรรณศิลป์ของคำประพันธ์

3